Apple เพิ่งเปิดตัว Apple HomeView เมื่อ 13 ตุลาคม 2569 และถึงจะขายในฐานะอุปกรณ์สมาร์ทโฮม แต่สิ่งแรกที่เราสะดุดตาคือดีไซน์ ตัวเรือนอะลูมิเนียมทรงโดมที่เชื่อมกับจอ Liquid Retina 7 นิ้วด้วยบานพับสเตนเลสสตีล ปรับเอียงจอได้ลื่นมาก ไม่ว่าจะวางบนโต๊ะสูงต่ำแค่ไหนก็ปรับมุมมองสบายตาได้

Apple เพิ่งเปิดตัว Apple HomeView เมื่อ 13 ตุลาคม 2569 และถึงจะขายในฐานะอุปกรณ์สมาร์ทโฮม แต่สิ่งแรกที่เราสะดุดตาคือดีไซน์ ตัวเรือนอะลูมิเนียมทรงโดมที่เชื่อมกับจอ Liquid Retina 7 นิ้วด้วยบานพับสเตนเลสสตีล ปรับเอียงจอได้ลื่นมาก ไม่ว่าจะวางบนโต๊ะสูงต่ำแค่ไหนก็ปรับมุมมองสบายตาได้

4 สีให้เลือกตามธีมห้อง

HomeView รุ่นตั้งโต๊ะมาใน 4 เฉดสี ได้แก่ ซิลเวอร์ สตาร์ไลต์ โรสพิงก์ และสเปซเกรย์ แต่ละสีมาพร้อมสายชาร์จโทนเดียวกันแบบเป๊ะๆ ไม่ใช่สายขาวมาตรฐานที่ไม่เข้ากับตัวเครื่อง ส่วนรุ่นติดผนังมี 2 สีคือสเปซเกรย์กับซิลเวอร์ ติดได้ด้วยขาแขวนจาก Schneider Home 3 แบบ เลือกติดเองหรือจ้างช่างมาติดให้ก็ได้

จอ Liquid Retina รองรับ True Tone ปรับโทนสีตามแสงรอบข้างแบบเรียลไทม์ ความสว่างปรับได้ตั้งแต่ 500 nits ซึ่งสว่างพอให้เห็นชัดแม้วางไว้ริมหน้าต่างที่แดดจัด ไปจนถึง 0.3 nits สำหรับวางไว้ข้างเตียงตอนกลางคืนแบบไม่แสบตา ยิ่งไปกว่านั้น หน้าจอยังฉลาดพอจะปรับขนาดตัวอักษรและรายละเอียดตามระยะห่างจากผู้ใช้ ยืนไกลเห็นข้อมูลแบบง่ายๆ เดินเข้าใกล้ค่อยโชว์รายละเอียดมากขึ้น

จอ Liquid Retina รองรับ True Tone ปรับโทนสีตามแสงรอบข้างแบบเรียลไทม์ ความสว่างปรับได้ตั้งแต่ 500 nits ซึ่งสว่างพอให้เห็นชัดแม้วางไว้ริมหน้าต่างที่แดดจัด ไปจนถึง 0.3 nits สำหรับวางไว้ข้างเตียงตอนกลางคืนแบบไม่แสบตา ยิ่งไปกว่านั้น หน้าจอยังฉลาดพอจะปรับขนาดตัวอักษรและรายละเอียดตามระยะห่างจากผู้ใช้ ยืนไกลเห็นข้อมูลแบบง่ายๆ เดินเข้าใกล้ค่อยโชว์รายละเอียดมากขึ้น

หน้าจอปรับธีมได้ตามสไตล์ ไม่ใช่แค่หน้าจอเดียวตายตัว

สิ่งที่ทำให้ HomeView รู้สึกเป็นของแต่งบ้านมากกว่าอุปกรณ์ไอทีคือระบบ Faces ที่ปรับแต่งได้หลากหลาย ตั้งแต่หน้า Photos ที่ใช้เอฟเฟกต์ภาพถ่ายบุคคลแบบเบลอหน้าหลังสวยๆ เปลี่ยนเป็นกรอบรูปดิจิทัลที่คนในบ้านช่วยกันเติมรูปได้ ไปจนถึงหน้านาฬิกาเรียบๆ สำหรับคนชอบมินิมอล แต่ละคนในบ้านเลือกหน้าจอของตัวเองได้ตามสไตล์ที่ชอบ ไม่ต้องใช้หน้าตาเดียวกันทั้งบ้าน

สิ่งที่ทำให้ HomeView รู้สึกเป็นของแต่งบ้านมากกว่าอุปกรณ์ไอทีคือระบบ Faces ที่ปรับแต่งได้หลากหลาย ตั้งแต่หน้า Photos ที่ใช้เอฟเฟกต์ภาพถ่ายบุคคลแบบเบลอหน้าหลังสวยๆ เปลี่ยนเป็นกรอบรูปดิจิทัลที่คนในบ้านช่วยกันเติมรูปได้ ไปจนถึงหน้านาฬิกาเรียบๆ สำหรับคนชอบมินิมอล แต่ละคนในบ้านเลือกหน้าจอของตัวเองได้ตามสไตล์ที่ชอบ ไม่ต้องใช้หน้าตาเดียวกันทั้งบ้าน

จุดวางที่ Apple แนะนำคือเคาน์เตอร์ครัว โต๊ะข้างเตียง หรือโต๊ะข้างโซฟา ซึ่งตรงกับขนาดตัวเครื่องที่กะทัดรัดพอจะไม่แย่งพื้นที่ แต่จอใหญ่พอจะมองเห็นชัดจากอีกฝั่งห้อง ใช้คุยวิดีโอคอลกับครอบครัวผ่าน FaceTime ก็เห็นหน้าชัดเพราะกล้องตามเฟรมอัตโนมัติ

จุดวางที่ Apple แนะนำคือเคาน์เตอร์ครัว โต๊ะข้างเตียง หรือโต๊ะข้างโซฟา ซึ่งตรงกับขนาดตัวเครื่องที่กะทัดรัดพอจะไม่แย่งพื้นที่ แต่จอใหญ่พอจะมองเห็นชัดจากอีกฝั่งห้อง ใช้คุยวิดีโอคอลกับครอบครัวผ่าน FaceTime ก็เห็นหน้าชัดเพราะกล้องตามเฟรมอัตโนมัติ

ราคาวางขายอยู่ที่ 299 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10,300 บาท ยังไม่รวมภาษี) เท่ากันทุกสีทุกรุ่น เปิดพรีออเดอร์วันนี้ในสหรัฐฯ แคนาดา อินเดีย นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย วางขายจริง 13 พฤศจิกายน 2569 ส่วนไทยยังไม่มีประกาศราคาหรือวันวางขายอย่างเป็นทางการ ข้อมูลและภาพทั้งหมดอ้างอิงจากประกาศอย่างเป็นทางการของ Apple วันที่ 13 ตุลาคม 2569