Apple เปิดตัว Apple Watch Ultra 4 นาฬิกาสปอร์ตรุ่นท็อปของค่าย พร้อมของใหม่หลักๆ 3 อย่าง คือ วัดหัวใจแม่นขึ้น, แบตอึดขึ้น และฟีเจอร์ AI ใหม่ที่ช่วยเรื่องเสียงและการสนทนา เปิดให้สั่งจองวันนี้ วางขายจริง 18 กันยายนนี้ ราคาเริ่มต้น 799 ดอลลาร์สหรัฐ

วัดอัตราการเต้นหัวใจแม่นที่สุดในกลุ่มนาฬิกาอัจฉริยะ

Ultra 4 ใช้ระบบเซนเซอร์สุขภาพตัวใหม่ (Health Sensing System) ร่วมกับชิป S11 ทำให้:

Ultra 4 ใช้ระบบเซนเซอร์สุขภาพตัวใหม่ (Health Sensing System) ร่วมกับชิป S11 ทำให้:

• วัดอัตราการเต้นหัวใจทุก 5 วินาที ตลอดทั้งวัน (จากเดิมที่วัดห่างกว่านี้)

• วัด HRV (Heart Rate Variability หรือ "ความแปรปรวนของจังหวะหัวใจ" — ค่านี้ยิ่งแปรปรวนมาก มักแปลว่าร่างกายฟื้นตัวดี ส่วนถ้าค่าต่ำมักบ่งบอกว่ากำลังเครียดหรือล้า) บ่อยขึ้นถึง 24 เท่า

• แยกค่า HRV เป็น 2 แบบ: แบบ "ตอนพักฟื้น" (ดูว่าฟื้นจากความเหนื่อยดีแค่ไหน) กับแบบ "ภาพรวม" (ดูสุขภาพหัวใจในระยะยาว)

• แยกค่า HRV เป็น 2 แบบ: แบบ "ตอนพักฟื้น" (ดูว่าฟื้นจากความเหนื่อยดีแค่ไหน) กับแบบ "ภาพรวม" (ดูสุขภาพหัวใจในระยะยาว)

Apple บอกว่านี่คือการวัดหัวใจที่แม่นที่สุดในบรรดานาฬิกาอัจฉริยะ โดยอ้างอิงจากการทดสอบภายในของ Apple เองกับคนกว่า 1,000 คน เทียบกับนาฬิกาแบรนด์อื่นที่ขายดีในตลาด

Apple บอกว่านี่คือการวัดหัวใจที่แม่นที่สุดในบรรดานาฬิกาอัจฉริยะ โดยอ้างอิงจากการทดสอบภายในของ Apple เองกับคนกว่า 1,000 คน เทียบกับนาฬิกาแบรนด์อื่นที่ขายดีในตลาด

Readiness: คะแนนบอกว่าวันนี้ร่างกายพร้อมแค่ไหน

ฟีเจอร์ใหม่ที่รวมข้อมูลการออกกำลังกาย ปริมาณการฝึกซ้อม ค่าหัวใจ และคุณภาพการนอน มาสรุปเป็นคะแนน 0-10 พร้อมคำแนะนำง่ายๆ ว่าวันนี้ควร "พัก", "ค่อยๆ ไป", "พร้อมลุย" หรือ "ลุยเต็มที่" คะแนนนี้จะอัปเดตระหว่างวันด้วย เช่น หลังออกกำลังกายหนักๆ

ฟีเจอร์ใหม่ที่รวมข้อมูลการออกกำลังกาย ปริมาณการฝึกซ้อม ค่าหัวใจ และคุณภาพการนอน มาสรุปเป็นคะแนน 0-10 พร้อมคำแนะนำง่ายๆ ว่าวันนี้ควร "พัก", "ค่อยๆ ไป", "พร้อมลุย" หรือ "ลุยเต็มที่" คะแนนนี้จะอัปเดตระหว่างวันด้วย เช่น หลังออกกำลังกายหนักๆ

แบตอึดขึ้น ชาร์จไวขึ้น

• ใช้งานทั่วไปได้นานถึง 50 ชั่วโมง (จากเดิมมากกว่า 2 วัน)

• เปิดโหมดประหยัดพลังงาน อยู่ได้ถึง 84 ชั่วโมง

• ชาร์จแค่ 15 นาที ได้แบตเพิ่มใช้งานอีกถึง 18 ชั่วโมง

• โหมดออกกำลังกายกลางแจ้งแบบยืดเวลา (Extended Workout) ใช้ GPS วัดตำแหน่งพร้อมวัดหัวใจได้นานถึง 25 ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 25% จากรุ่นก่อน

• โหมดออกกำลังกายกลางแจ้งแบบยืดเวลา (Extended Workout) ใช้ GPS วัดตำแหน่งพร้อมวัดหัวใจได้นานถึง 25 ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 25% จากรุ่นก่อน

• โหมดยืดเวลาสูงสุด (Max Extended Workout) อยู่ได้นานถึง 45 ชั่วโมง — พอสำหรับวิ่งอัลตร้ามาราธอน 100 ไมล์เลยทีเดียว (ตัวเลขแบตทั้งหมดนี้มาจากการทดสอบของ Apple เอง การใช้งานจริงอาจต่างออกไปตามพฤติกรรมผู้ใช้)

• โหมดยืดเวลาสูงสุด (Max Extended Workout) อยู่ได้นานถึง 45 ชั่วโมง — พอสำหรับวิ่งอัลตร้ามาราธอน 100 ไมล์เลยทีเดียว (ตัวเลขแบตทั้งหมดนี้มาจากการทดสอบของ Apple เอง การใช้งานจริงอาจต่างออกไปตามพฤติกรรมผู้ใช้)

นับก้าวแม่นขึ้น

ปรับปรุงระบบนับก้าวใหม่ทั้งหมดด้วย AI ทำให้นับก้าวและวัดระยะทางเวลาวิ่งหรือเดินในร่มแม่นยำขึ้น พร้อมวิดเจ็ตนับก้าวแบบเรียลไทม์บนหน้าปัดนาฬิกา

ปรับปรุงระบบนับก้าวใหม่ทั้งหมดด้วย AI ทำให้นับก้าวและวัดระยะทางเวลาวิ่งหรือเดินในร่มแม่นยำขึ้น พร้อมวิดเจ็ตนับก้าวแบบเรียลไทม์บนหน้าปัดนาฬิกา

แอป Health บน iPhone โฉมใหม่

แอปสุขภาพจะได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ช่วงปลายปีนี้ มีของใหม่คือ:

แอปสุขภาพจะได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ช่วงปลายปีนี้ มีของใหม่คือ:

• แท็บ Longevity (อายุยืน) ที่มีฟีเจอร์ Health Age บอกว่าสุขภาพเราตอนนี้ "อายุเท่าไหร่" เทียบกับอายุจริง

• ตรวจประเมินการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น ความยืดหยุ่น ความแข็งแรง การทรงตัว โดยใช้กล้อง iPhone ร่วมกับข้อมูลหัวใจจากนาฬิกา

• จองตรวจ Lab ค่าตัวชี้วัดสุขภาพกว่า 50 รายการ ราคา 119 ดอลลาร์ ผ่านแอปได้เลย (ที่สาขา Quest Diagnostics ในสหรัฐฯ ราว 2,000 แห่ง — ฟีเจอร์นี้เริ่มที่สหรัฐฯ ก่อน)

Audio Intelligence: ฟีเจอร์ AI ด้านเสียง

ใช้ไมโครโฟนในตัวนาฬิกา ร่วมกับชิป S11 และโมเดล AI ของ Apple (ประมวลผลบางส่วนบนคลาวด์แบบเข้ารหัสที่เรียกว่า Private Cloud Compute) มี 4 ฟีเจอร์หลัก:

• Sound Recognition — แจ้งเตือนผู้ใช้ที่หูตึงหรือหูหนวกเมื่อได้ยินเสียงสำคัญ เช่น เสียงไซเรน เสียงเตือนไฟไหม้ กริ่งประตู หรือเสียงเด็กร้อง แม้ไม่มี iPhone อยู่ด้วยก็ตาม

• Sound Recognition — แจ้งเตือนผู้ใช้ที่หูตึงหรือหูหนวกเมื่อได้ยินเสียงสำคัญ เช่น เสียงไซเรน เสียงเตือนไฟไหม้ กริ่งประตู หรือเสียงเด็กร้อง แม้ไม่มี iPhone อยู่ด้วยก็ตาม

• Live Rewind — กดปุ่ม Digital Crown สองครั้ง เพื่อดูข้อความสรุปสิ่งที่เพิ่งพูดคุยกันย้อนหลัง 15 วินาที เผื่อฟังไม่ทัน

• Live Rewind — กดปุ่ม Digital Crown สองครั้ง เพื่อดูข้อความสรุปสิ่งที่เพิ่งพูดคุยกันย้อนหลัง 15 วินาที เผื่อฟังไม่ทัน

• Siri Recap — สรุปประเด็นสำคัญของบทสนทนาไว้ให้ดูย้อนหลังในแอป Siri

• Siri Recap — สรุปประเด็นสำคัญของบทสนทนาไว้ให้ดูย้อนหลังในแอป Siri

• Shazam — ฟังเพลงรอบตัวแล้วขึ้นชื่อเพลง/ศิลปินให้อัตโนมัติ

• Shazam — ฟังเพลงรอบตัวแล้วขึ้นชื่อเพลง/ศิลปินให้อัตโนมัติ

เรื่องความเป็นส่วนตัว: Apple ระบุว่าฟีเจอร์เหล่านี้ไม่บันทึกหรือเก็บไฟล์เสียงไว้ เสียงดิบที่ใช้ประมวลผลจะเข้าไม่ถึงได้เลยไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ แอปอื่น ผู้ใช้ หรือแม้แต่ Apple เอง เพราะชิป S11 มีส่วนที่เรียกว่า Secure Exclave ซึ่งเป็นพื้นที่ประมวลผลแยกต่างหากที่ลบข้อมูลเสียงทิ้งทันทีหลังประมวลผลเสร็จ ผู้ใช้เลือกเปิด/ปิดแต่ละฟีเจอร์เองได้ และ Live Rewind จะมีเสียงเตือนและไฟกะพริบให้คนรอบข้างรู้ว่ากำลังถูกใช้งาน ฟีเจอร์นี้ยังไม่แยกแยะว่าใครพูดคำไหน (ไม่ระบุตัวคนพูด) เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของทุกคนในวงสนทนา — Live Rewind กับ Siri Recap จะเปิดให้ทดลองใช้ (เบต้า) ช่วงปลายปีนี้ เริ่มที่ภาษาอังกฤษก่อน และยังไม่เปิดในกลุ่มประเทศ EU ช่วงแรก

Siri AI เวอร์ชันใหม่

พร้อมกับ watchOS 27 นาฬิการองรับ Siri เวอร์ชันใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย Apple Intelligence เข้าใจบริบทส่วนตัวของผู้ใช้มากขึ้น และตอบคำถามทั่วไปได้กว้างขึ้น มีแอป Siri แยกต่างหากให้คุยต่อเนื่องได้ พร้อมหน้าปัดนาฬิกาแบบใหม่ที่เข้าถึง Siri ได้ง่ายขึ้น (เริ่มเป็นเบต้าภาษาอังกฤษก่อน ภาษาอื่นตามมาทีหลัง)

อื่นๆ ใน watchOS 27

• ใช้นิ้วชี้แตะนิ้วโป้งข้างเดียว เพื่อเปิดวิดเจ็ตได้โดยไม่ต้องใช้มืออีกข้าง

• วิดเจ็ตแนะนำอัตโนมัติตามสถานการณ์ เช่น เตือนตำแหน่งจอดรถ หรือเตือนวันเกิดเพื่อน

• รองรับการติดตามช่วง perimenopause และ menopause (วัยใกล้หมดประจำเดือนและหมดประจำเดือน) ในแอป Cycle Tracking

• ผู้ช่วยออกกำลังกาย Workout Buddy ใช้งานได้แม้ไม่มี iPhone อยู่ด้วย และรองรับภาษาสเปนเพิ่มจากเดิมที่มีแค่อังกฤษ

ดีไซน์ สายนาฬิกา และสิ่งแวดล้อม

มีให้เลือก 2 สี คือไทเทเนียมธรรมชาติและไทเทเนียมดำ พร้อมสายนาฬิกาสีใหม่หลายแบบ ตัวเครื่องทำจากวัสดุรีไซเคิล 45% รวมถึงไทเทเนียมรีไซเคิล 100% และใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตลอดกระบวนการผลิต

มีให้เลือก 2 สี คือไทเทเนียมธรรมชาติและไทเทเนียมดำ พร้อมสายนาฬิกาสีใหม่หลายแบบ ตัวเครื่องทำจากวัสดุรีไซเคิล 45% รวมถึงไทเทเนียมรีไซเคิล 100% และใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตลอดกระบวนการผลิต

ราคาและวันวางขาย

• ราคาสหรัฐฯ เริ่มต้น 799 ดอลลาร์สหรัฐ

• ราคาสหรัฐฯ เริ่มต้น 799 ดอลลาร์สหรัฐ

• ราคาไทย เริ่มต้น 29,900 บาท (ตัวเรือนไทเทเนียม 49 มม. มาพร้อม GPS + Cellular เป็นมาตรฐาน)

• สั่งซื้อสายนาฬิกาใหม่ได้แล้ววันนี้ผ่าน apple.com/th/store ส่วนวันเริ่มวางขายตัวนาฬิกาในไทยยังไม่มีกำหนดชัดเจน (ในสหรัฐฯ เริ่มขาย 18 กันยายน 2569)

• watchOS 27 ปล่อยอัปเดต 14 กันยายน 2569 ใช้ได้กับ Apple Watch Series 9 ขึ้นไป, SE 3 และ Ultra 2 ขึ้นไป (ต้องจับคู่กับ iPhone 11 ขึ้นไปที่ใช้ iOS 27)