อีกหนึ่งรุ่นจาก MG คือ IM5 — ซีดานไฟฟ้าตัวท็อปที่ MG วางตำแหน่งเป็น "The 1st Premium Intelligent e-Sedan" ชูจุดขายเรื่องระยะทางวิ่งไกลเป็นพิเศษและระบบขับขี่อัจฉริยะที่จัดเต็มกว่ารุ่นอื่นในไลน์อัพ
ตัวถังทรง Sport Coupe e-Sedan เส้นสายลู่ลม ไฟหน้าดีไซน์เรียวยาวพร้อมไฟเลี้ยวแบบ Sequential (ไฟกะพริบไล่ทิศทาง) ตัวถังมีให้เลือกหลายสี แต่สีที่ระบุชื่อไว้ชัดเจนคือ Morandi Purple ส่วนภายในเป็นโทนครีม-เทา

แบตเตอรี่ 100 kWh บนแพลตฟอร์ม 800V วิ่งไกล 860 กม.
หัวใจสำคัญคือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดใหญ่ถึง 100 กิโลวัตต์-ชั่วโมง บนแพลตฟอร์ม 800V SiC (Silicon Carbide — วัสดุสารกึ่งตัวนำที่ทนแรงดันไฟสูงได้ดีกว่าและมีประสิทธิภาพสูงกว่าแบบเดิม) ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 860 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC) มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous ให้กำลังสูงสุด 407 แรงม้า (300 กิโลวัตต์) แรงบิด 500 นิวตันเมตร รับไฟชาร์จ AC สูงสุด 11 กิโลวัตต์ และ DC สูงสุดถึง 396 กิโลวัตต์ ชาร์จจาก 10-80% ได้ภายในเพียง 18 นาทีเท่านั้น
จุดเด่นด้านช่วงล่างคือระบบพวงมาลัย 4 ล้ออัจฉริยะพร้อมโหมด Crab Mode (โหมดที่ล้อหลังเลี้ยวไปทิศทางเดียวกับล้อหน้า ช่วยให้รถเคลื่อนที่ทะแยงได้ เหมาะกับการจอดในที่แคบ) ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 20 นิ้ว คู่กับคาลิเปอร์เบรกของ Continental แบบ 4 ลูกสูบด้านหน้า

ระบบขับขี่อัจฉริยะ ONE TOUCH iAD
MG ใส่ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะที่เรียกว่า ONE TOUCH iAD ทำงานบนชิป Qualcomm Snapdragon 8295 คู่กับ NVIDIA Orin N ความสามารถเด่นคือฟังก์ชัน One Touch ที่ให้รถช่วยจอด ช่วยถอยออกจากที่จอด หรือถอยหลังได้เองในระยะไกลถึง 100 เมตร เพียงกดปุ่มเดียว มาพร้อมกล้องรอบคัน 360 องศาและระบบเสริมมุมมองบริเวณเสา A (จุดบอดที่มักบังสายตาตอนเลี้ยว)
ไฟท้ายและไฟเบรกดวงที่ 3 เป็นแบบ LED ทั้งหมด ให้ทัศนวิสัยที่ชัดเจนจากด้านหลังในเวลากลางคืน

ห้องโดยสารและระบบมัลติมีเดีย
ภายในโดดเด่นด้วยจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 26.3 นิ้ว คู่กับจอควบคุมกลางอีก 10.5 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay/Android Auto แบบไร้สาย ระบบเสียง Spatial Audio 7.1.4 ช่องสัญญาณ กระจายเสียงผ่านลำโพง 20 ตัว เบาะคนขับปรับไฟฟ้าได้ 12 ทิศทางพร้อมหน่วยความจำ เบาะคู่หน้าปรับระบายอากาศได้ ไฟแอมเบียนท์ปรับได้ถึง 256 สี และมีระบบ V2L (Vehicle-to-Load — จ่ายไฟจากแบตรถออกไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกได้) จ่ายไฟได้สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ เอาไว้ใช้พ่วงอุปกรณ์แคมปิ้งหรือเครื่องใช้ไฟฟ้ายามฉุกเฉินได้สบายๆ
ราคาและโปรโมชันเปิดตัว
ราคาเริ่มต้นที่ 1,549,900 บาท ส่วนรุ่น Exclusive Edition ผลิตจำกัดเพียง 50 คัน ราคาพิเศษ 1,499,900 บาท (ถูกกว่ารุ่นปกติ) พ่วงของแถมพิเศษอย่างเครื่องชงกาแฟ Bialetti Moka Pot และเซ็ตกาแฟพรีเมียม โปรโมชันเปิดตัวยังมีประกันภัยชั้น 1 ปีแรกฟรี พร้อม พ.ร.บ. และเครื่องชาร์จ MG Home Charger ฟรีพร้อมติดตั้ง บวกการรับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน
สรุป: เหมาะกับใคร
MG IM5 เหมาะกับคนที่มองหาซีดานไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่เน้นระยะทางวิ่งไกลเป็นอันดับแรก (860 กม. ถือว่าสูงมากในตลาดปัจจุบัน) พร้อมเทคโนโลยีช่วยขับที่ครบเครื่องกว่ารุ่นรองลงมาในตระกูล MG IM
ข้อมูลและภาพทั้งหมดจากเว็บไซต์ทางการ mgcars.com — ภาพประกอบอาจแสดงอุปกรณ์พิเศษที่แตกต่างกันไปตามรุ่นย่อย และสีรถที่ปรากฏอาจแตกต่างจากสีจริงเนื่องจากข้อจำกัดของหน้าจอ โปรดตรวจสอบกับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกครั้งก่อนตัดสินใจ




