ปิดท้ายตระกูล MG IM ด้วย IM6 — วางตัวเป็น "Sport Coupe e-SUV" ที่มีให้เลือกถึง 3 รุ่นย่อย ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นที่เน้นความคุ้มค่า ไปจนถึงรุ่น Performance ที่เน้นสมรรถนะแบบขับเคลื่อน 4 ล้อคู่มอเตอร์หน้า-หลัง

3 รุ่นย่อย เลือกได้ตามการใช้งาน

รุ่น Premium (ราคา 1,399,900 บาท) ใช้แพลตฟอร์ม 400V IGBT (ตัวควบคุมกระแสไฟแบบดั้งเดิม) มอเตอร์เดียวให้กำลัง 295 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร วิ่งได้ 550 กม. (NEDC) / 450 กม. (WLTP) — รุ่น Long Range (1,599,900 บาท) อัปเกรดเป็นแพลตฟอร์ม 800V SiC ให้กำลังเพิ่มเป็น 407 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร วิ่งไกลขึ้นเป็น 750 กม. (NEDC) / 625 กม. (WLTP) — ส่วนรุ่นท็อป Performance (1,799,900 บาท) ใช้มอเตอร์คู่หน้า-หลัง ให้กำลังรวมมอเตอร์หน้า 271 แรงม้า + มอเตอร์หลัง 505 แรงม้า แรงบิดรวมมอเตอร์หน้า 302 + มอเตอร์หลัง 500 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.48 วินาทีเท่านั้น วิ่งได้ 634 กม. (NEDC) / 505 กม. (WLTP)

รุ่น Premium (ราคา 1,399,900 บาท) ใช้แพลตฟอร์ม 400V IGBT (ตัวควบคุมกระแสไฟแบบดั้งเดิม) มอเตอร์เดียวให้กำลัง 295 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร วิ่งได้ 550 กม. (NEDC) / 450 กม. (WLTP) — รุ่น Long Range (1,599,900 บาท) อัปเกรดเป็นแพลตฟอร์ม 800V SiC ให้กำลังเพิ่มเป็น 407 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร วิ่งไกลขึ้นเป็น 750 กม. (NEDC) / 625 กม. (WLTP) — ส่วนรุ่นท็อป Performance (1,799,900 บาท) ใช้มอเตอร์คู่หน้า-หลัง ให้กำลังรวมมอเตอร์หน้า 271 แรงม้า + มอเตอร์หลัง 505 แรงม้า แรงบิดรวมมอเตอร์หน้า 302 + มอเตอร์หลัง 500 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.48 วินาทีเท่านั้น วิ่งได้ 634 กม. (NEDC) / 505 กม. (WLTP)

ทั้ง 3 รุ่นชาร์จเร็วสูงสุดถึง 396 กิโลวัตต์บนแพลตฟอร์ม 800V จาก 10-80% ได้ภายใน 18 นาที ตัวถังขนาด 4,904 x 1,988 x 1,669 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,950 มิลลิเมตร รุ่น Performance มาพร้อมล้อขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 21 นิ้ว (เทียบกับ 20 นิ้วในรุ่นอื่น)

เทคโนโลยีและความปลอดภัยระดับเดียวกับ IM5

IM6 ใช้ระบบขับขี่อัจฉริยะชุดเดียวกับ IM5 คือ ONE TOUCH iAD บนชิป Qualcomm Snapdragon 8295 และ NVIDIA Orin N พร้อมจอสัมผัสหลัก 26.3 นิ้ว คู่กับจอควบคุม 10.5 นิ้ว ระบบเสียง 7.1.4 Spatial Audio ลำโพง 20 ตัว ภายในกว้างขวางเน้นความสบายสำหรับผู้โดยสารแถวหลังเป็นพิเศษ

IM6 ใช้ระบบขับขี่อัจฉริยะชุดเดียวกับ IM5 คือ ONE TOUCH iAD บนชิป Qualcomm Snapdragon 8295 และ NVIDIA Orin N พร้อมจอสัมผัสหลัก 26.3 นิ้ว คู่กับจอควบคุม 10.5 นิ้ว ระบบเสียง 7.1.4 Spatial Audio ลำโพง 20 ตัว ภายในกว้างขวางเน้นความสบายสำหรับผู้โดยสารแถวหลังเป็นพิเศษ

เบาะคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทางพร้อมฟังก์ชันนวดและหน่วยความจำ เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับได้ 6 ทิศทางพร้อมที่รองน่อง เบาะคู่หน้าระบายอากาศได้ เบาะหลังปรับเอนได้ถึง 18 องศา หลังคากระจกพาโนรามาเคลือบเงินสองชั้นช่วยกันความร้อน และมีระบบ V2L จ่ายไฟออกได้สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์เช่นเดียวกับ IM5 พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ มอเตอร์ และหน่วยควบคุมมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน โอนสิทธิ์ให้เจ้าของใหม่ได้ด้วย

เบาะคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทางพร้อมฟังก์ชันนวดและหน่วยความจำ เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับได้ 6 ทิศทางพร้อมที่รองน่อง เบาะคู่หน้าระบายอากาศได้ เบาะหลังปรับเอนได้ถึง 18 องศา หลังคากระจกพาโนรามาเคลือบเงินสองชั้นช่วยกันความร้อน และมีระบบ V2L จ่ายไฟออกได้สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์เช่นเดียวกับ IM5 พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ มอเตอร์ และหน่วยควบคุมมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน โอนสิทธิ์ให้เจ้าของใหม่ได้ด้วย

สรุป: เหมาะกับใคร

MG IM6 เหมาะกับคนที่อยากได้ e-SUV ทรงสปอร์ตที่ปรับระดับได้ตามงบประมาณ — เริ่มจากรุ่น Premium ที่ราคาจับต้องง่ายกว่า ไปจนถึงรุ่น Performance สำหรับคนที่อยากได้อัตราเร่งระดับรถสปอร์ตแท้ๆ ในตัวถัง SUV ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

ข้อมูลและภาพทั้งหมดจากเว็บไซต์ทางการ mgcars.com — ภาพประกอบอาจแสดงอุปกรณ์พิเศษที่แตกต่างกันไปตามรุ่นย่อย โปรดตรวจสอบกับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกครั้งก่อนตัดสินใจ