Tesla Model 3 ยังคงเป็นซีดานไฟฟ้าที่คนพูดถึงมากที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก เว็บไซต์ทางการของ Tesla ประเทศไทยแบ่งรุ่นย่อยไว้ชัดเจน 3 ระดับ ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นที่เน้นความคุ้มค่า ไปจนถึงรุ่น Performance ที่เร่งแรงสุดในตระกูล

3 รุ่นย่อย ต่างกันชัดที่ระยะทางและอัตราเร่ง

รุ่นเริ่มต้น (Standard) วิ่งได้ 534 กม. ด้วยล้อ 18 นิ้ว หรือ 520 กม. ด้วยล้อ 19 นิ้ว (มาตรฐาน WLTP) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.1 วินาที น้ำหนัก 1,760 กก. ขับเคลื่อนล้อหลัง รับไฟซูเปอร์ชาร์จสูงสุด 175 กิโลวัตต์ — รุ่น Premium (เดิมเรียก Long Range) วิ่งไกลขึ้นเป็น 750 กม. (ล้อ 18 นิ้ว) หรือ 691 กม. (ล้อ 19 นิ้ว) อัตราเร่งไวขึ้นเป็น 5.2 วินาที รับไฟซูเปอร์ชาร์จสูงสุด 250 กิโลวัตต์ เพิ่มระยะทางได้ถึง 311 กม. ภายใน 15 นาที

รุ่นเริ่มต้น (Standard) วิ่งได้ 534 กม. ด้วยล้อ 18 นิ้ว หรือ 520 กม. ด้วยล้อ 19 นิ้ว (มาตรฐาน WLTP) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.1 วินาที น้ำหนัก 1,760 กก. ขับเคลื่อนล้อหลัง รับไฟซูเปอร์ชาร์จสูงสุด 175 กิโลวัตต์ — รุ่น Premium (เดิมเรียก Long Range) วิ่งไกลขึ้นเป็น 750 กม. (ล้อ 18 นิ้ว) หรือ 691 กม. (ล้อ 19 นิ้ว) อัตราเร่งไวขึ้นเป็น 5.2 วินาที รับไฟซูเปอร์ชาร์จสูงสุด 250 กิโลวัตต์ เพิ่มระยะทางได้ถึง 311 กม. ภายใน 15 นาที

ส่วนรุ่นท็อป Performance เปลี่ยนมาใช้มอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.1 วินาที (ไม่รวมระยะเหยียบคันเร่งเริ่มต้น) เร็วกว่ารุ่น Premium ถึงกว่า 2 วินาที แลกมาด้วยระยะทางที่ลดลงเหลือ 571 กม. (WLTP) น้ำหนักเพิ่มเป็น 1,861 กก. จากมอเตอร์ที่สองและล้อ Warp ขนาด 20 นิ้วที่หนักกว่าเดิม ระยะห่างจากพื้นลดลงเหลือ 128 มม. (เตี้ยลงเพื่อการทรงตัวที่ดีขึ้นในความเร็วสูง)

ส่วนรุ่นท็อป Performance เปลี่ยนมาใช้มอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.1 วินาที (ไม่รวมระยะเหยียบคันเร่งเริ่มต้น) เร็วกว่ารุ่น Premium ถึงกว่า 2 วินาที แลกมาด้วยระยะทางที่ลดลงเหลือ 571 กม. (WLTP) น้ำหนักเพิ่มเป็น 1,861 กก. จากมอเตอร์ที่สองและล้อ Warp ขนาด 20 นิ้วที่หนักกว่าเดิม ระยะห่างจากพื้นลดลงเหลือ 128 มม. (เตี้ยลงเพื่อการทรงตัวที่ดีขึ้นในความเร็วสูง)

ทุกรุ่นมีตัวถังขนาดใกล้เคียงกัน ยาวประมาณ 4,720-4,724 มม. กว้าง 1,933 มม. (กระจกพับ) พื้นที่เก็บสัมภาระ 682 ลิตรเท่ากันทุกรุ่น จอสัมผัสกลาง 15.4 นิ้ว คู่กับจอสัมผัสสำหรับผู้โดยสารด้านหลังอีก 8 นิ้ว นั่งได้ 5 ที่นั่ง

ฟีเจอร์มาตรฐานทุกรุ่น: เบาะผ้าแถวหน้าปรับความร้อนได้ พวงมาลัยปรับอุณหภูมิ ระบบเสียงมาตรฐานลำโพง 7 ตัว สั่งงานด้วยเสียงได้ ระบบ Phone Key ปลดล็อกอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้ โหมดสัตว์เลี้ยงและโหมดเซ็นทรี่เฝ้าระวังรอบคันเมื่อจอดทิ้งไว้

ระบบความปลอดภัยแบบแอกทีฟมาให้มาตรฐานทุกรุ่น ทั้งระบบเตือนการชนด้านหน้า เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และระบบหลีกเลี่ยงออกนอกเลน ส่วนความสามารถขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Full Self-Driving หรือ FSD) ยังอยู่ระหว่างรอการพัฒนาและอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลในไทย ยังไม่เปิดให้ใช้งานจริง

ระบบความปลอดภัยแบบแอกทีฟมาให้มาตรฐานทุกรุ่น ทั้งระบบเตือนการชนด้านหน้า เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และระบบหลีกเลี่ยงออกนอกเลน ส่วนความสามารถขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Full Self-Driving หรือ FSD) ยังอยู่ระหว่างรอการพัฒนาและอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลในไทย ยังไม่เปิดให้ใช้งานจริง

การรับประกันเท่ากันทุกรุ่น: ตัวรถพื้นฐาน 4 ปีหรือ 80,000 กม. แบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อน 8 ปีหรือ 192,000 กม. แล้วแต่กรณีใดถึงก่อน

เรื่องราคา: ต้องเช็คในขั้นตอนสั่งซื้อเท่านั้น

จุดที่ต่างจากค่ายรถทั่วไปคือ Tesla ไม่แสดงราคาบนหน้าข้อมูลรถเลย ต้องกดเข้าไปที่ขั้นตอนสั่งซื้อ (Design Studio) บนเว็บไซต์เพื่อดูราคาจริงและปรับแต่งสี/ล้อ/รุ่นย่อยที่ต้องการก่อน จึงจะเห็นราคาสุทธิ

สรุป: เหมาะกับใคร

รุ่น Standard เหมาะกับคนที่อยากได้ Tesla ในงบที่คุ้มค่าที่สุด รุ่น Premium คุ้มสุดสำหรับคนที่อยากได้ระยะทางวิ่งไกลเป็นหลัก ส่วนรุ่น Performance เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับอัตราเร่งและความสนุกในการขับเป็นอันดับแรก ยอมแลกกับระยะทางที่ลดลงบ้าง

ข้อมูลและภาพทั้งหมดจากเว็บไซต์ทางการ tesla.com/th_th — รถที่แสดงมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นตัวอย่างเท่านั้น รุ่นจริงอาจแตกต่างกันไป โปรดตรวจสอบราคาและสเปกล่าสุดในขั้นตอนสั่งซื้อบนเว็บไซต์อีกครั้ง