health tracker ส่วนใหญ่มีปัญหาเดียวกันคือ ‘ดูเป็นแกดเจ็ต’ เกินไป จนหลายคนไม่กล้าใส่ไปทำงานหรือออกเดต Garmin Cirqa จึงพยายามแก้จุดนี้ เพราะไม่มีจอ จึงไม่ดูเป็นซิลิโคนแปะข้อมือ มีแต่สายผ้านุ่มๆ คล้ายสร้อยข้อมือผ้าที่ขายตามร้านเสื้อผ้า ตัวเซนเซอร์เป็นก้อนพลาสติกเล็กๆ ซ่อนอยู่ในสาย มองผ่านๆ ไม่รู้เลยว่านี่คือเครื่องติดตามสุขภาพ

health tracker ส่วนใหญ่มีปัญหาเดียวกันคือ ‘ดูเป็นแกดเจ็ต’ เกินไป จนหลายคนไม่กล้าใส่ไปทำงานหรือออกเดต Garmin Cirqa จึงพยายามแก้จุดนี้ เพราะไม่มีจอ จึงไม่ดูเป็นซิลิโคนแปะข้อมือ มีแต่สายผ้านุ่มๆ คล้ายสร้อยข้อมือผ้าที่ขายตามร้านเสื้อผ้า ตัวเซนเซอร์เป็นก้อนพลาสติกเล็กๆ ซ่อนอยู่ในสาย มองผ่านๆ ไม่รู้เลยว่านี่คือเครื่องติดตามสุขภาพ

▶︎ แนะนำ Garmin Cirqa (วิดีโอจาก Garmin)

จุดเด่นคือมีให้เลือกถึง 7 สี ทั้งโทนสนุกและโทนเรียบง่าย — Citron Gray, Mauve, French Gray, Dark Olive, Captain Blue, French Blue และ Black — แมตช์ได้ทั้งลุคมินิมอลตอนออกกำลังกายและใส่ไปทำงาน ตัวมันเบาแค่ราว 20 กรัม และเลือกสวมที่ข้อมือหรือต้นแขนได้ (สายต้นแขนขายแยกในบางตลาด) (ดูข้อมูลย้อนหลังผ่านแอป Garmin Connect) แล้วแต่ว่าวันนั้นจะออกกำลังกายแบบไหน หรือใส่ไปงานที่เป็นทางการ

จุดเด่นคือมีให้เลือกถึง 7 สี ทั้งโทนสนุกและโทนเรียบง่าย — Citron Gray, Mauve, French Gray, Dark Olive, Captain Blue, French Blue และ Black — แมตช์ได้ทั้งลุคมินิมอลตอนออกกำลังกายและใส่ไปทำงาน ตัวมันเบาแค่ราว 20 กรัม และเลือกสวมที่ข้อมือหรือต้นแขนได้ (สายต้นแขนขายแยกในบางตลาด) (ดูข้อมูลย้อนหลังผ่านแอป Garmin Connect) แล้วแต่ว่าวันนั้นจะออกกำลังกายแบบไหน หรือใส่ไปงานที่เป็นทางการ

จุดที่ทำให้มันต่างจากสมาร์ตวอทช์ทั่วไปคือออกแบบมาให้ใส่นอนได้ ไม่มีจอสว่างตอนพลิกตัวกลางดึกเหมือนนาฬิกาที่มีหน้าจอ และสายผ้านุ่มน่าจะเกะกะน้อยกว่าการใส่นาฬิกาเรือนใหญ่นอน (ตามที่ Garmin ระบุว่าเก็บข้อมูลการนอนได้ทั้งคืน ส่วนความรู้สึกตอนใส่จริง เรายังไม่ได้ทดสอบ)

จุดที่ทำให้มันต่างจากสมาร์ตวอทช์ทั่วไปคือออกแบบมาให้ใส่นอนได้ ไม่มีจอสว่างตอนพลิกตัวกลางดึกเหมือนนาฬิกาที่มีหน้าจอ และสายผ้านุ่มน่าจะเกะกะน้อยกว่าการใส่นาฬิกาเรือนใหญ่นอน (ตามที่ Garmin ระบุว่าเก็บข้อมูลการนอนได้ทั้งคืน ส่วนความรู้สึกตอนใส่จริง เรายังไม่ได้ทดสอบ)

อีกจุดที่ต้องพูดถึงคือไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนแบบ Whoop (ส่วน Fitbit Air ใช้ฟีเจอร์หลักได้ฟรี แต่มี Google Health Premium เป็นตัวเลือกเสริม) ซื้อจบแล้วใช้ได้เลย แบตอึดสูงสุด 10 วัน กันน้ำลงว่ายน้ำได้ (5 ATM) ราคาที่ไทยตอนเปิดตัวอยู่ที่ 6,990 บาท ใครกำลังมองหา accessory ใส่ได้ทุกวันแบบไม่ต้องคิดเยอะว่าจะแมตช์กับชุดยังไง ตัวนี้น่าจับตาจริงๆ แหล่งข้อมูล: garmin.com, Garmin Thailand (garminthailandstore.com และเพจ Garmin Thailand)